British Museum and Tate Modern

British Museum and Tate Modern

British Museum and Tate Modern

British Museum and Tate Modern พิพิธภัณฑ์ของอังกฤษ
British Museum and Tate Modern พิพิธภัณฑ์ของคนอังกฤษ

British Museum and Tate Modern หรือ พิพิธภัณท์ศิลปะ เทต โมเดิร์น  พิพิธภัณฑ์นั้นถือว่ามีความสำคัญสำหรับคนอังกฤษค่อนข้างมากเนื่องจากคนอังกฤษนั้นชอบประวัติศาสตร์และคุ้นเคยกับพิพิธภัณฑ์มายาวนาน ทั้งอย่างมักจะใช้เวลาว่างศึกษาหาความรู้จากพิพิธภัณฑ์ต่างๆนี่แหละ โดยในประเทศอังกฤษนั้นเราสามารถที่จะพบเห็นพิพิธภัณฑ์ได้เกือบจะทั่วทุกมุมเมืองก็ว่าได้ และก็ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนค่อนข้างมาก ดังนั้นหามีโอกาสจะได้เยือนประเทศอังกฤษจึงไม่ควรพลาดที่จะเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ของที่นี่ในอังกฤษนั้นมีพิพิธภัณฑ์ดีๆ อยู่มากมายหลายแห่งด้วยกัน สำหรับในลอนดอนมีพิพิธภัณฑ์ที่ผมชื่นชอบและอยากแนะนำให้ผู้อ่านได้แวะมาชมกันอยู่ 2 แห่งด้วยกัน ซึ่งพิพิธภัณฑ์ทั้ง 2 แห่งนี้เป็น ไม่ต้องเสียค่าเข้าเข้าฟรีไม่ต้องเสียตังค์นั่นเอง
บริติชมิวเซียม (British Museum) หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่รวมงานศิลปะ ของมีค่า และหลักฐานที่บ่งบอกเรื่องราวความเป็นมาของมวลมนุษย์ชาติจากทั่วทุกมุมโลกเอาไว้ไม่ต่ำกว่า 7 ล้านชิ้น มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองแค่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ในปารีสเท่านั้นมีพื้นที่โดยรวมทั้งสิ้นประมาณ 75,000 ตารางเมตร พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปีคริสตศักราช 1753 และเปิดให้เข้าชมครั้งแรกในปีคริสต์ศักราช 1759 ภายหลังในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 British Museum and Tate Modern  มีการก่อสร้างต่อเติมจากของเดิมอันนั้นเนื่องจากสถานที่เดิมนั้นพื้นที่ไม่เพียงพอกับจำนวนคอลเลคชั่นของสะสมที่เพิ่มมากขึ้นที่ได้มาหลังจากการทำสงครามและการเข้าไปครอบครองดินแดนต่างๆ ทั้งผู้บริหารจึงได้ทำการขอซื้อบ้านที่ตั้งอยู่รอบรอบพิพิธภัณฑ์เพื่อทำการต่อเติมขยายพื้นที่ หลังจากนั้นในปีค.ศ. 1972 และสภาได้ลงความเห็นให้ย้ายคอลเล็กชั่นหนังสือจากบริติชมิวเซียม แยกต่างหากออกไปเป็น British Library เนื่องจากจำนวนหนังสือในพิพิธภัณฑ์ที่เพิ่มมากขึ้นทุกๆปีทำให้พิพิธภัณฑ์ British Museum and Tate Modern ประสบปัญหาในการบริหารจัดการพื้นที่ หลังจากแบ่งหนังสือบางส่วนออกไปแล้วจึงทำให้มีพื้นที่มากขึ้น ผู้บริหารจึงได้ปรับปรุงพื้นที่โดยการก่อสร้าง The Great Court เพิ่มเติมเพื่อให้ดูสวยงามและทันสมัยมากขึ้นโดยมีพิธีเปิดห้องแห่งนี้ในปีค.ศ. 2000 โดยพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 มาทำการเปิดด้วยตัวเอง
ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 4 ส่วนดังนี้
1) Department of Ancient Egypt and sudan
2) Department of Greek and Roman Antiquities
3) Department of The middle East
4) Department of Prints and drowning
5) Department of Asia
6) Department of Africa, Oceania and the Americar
7) Department of Coins and Medals
8) Department of Prehistory and Europe
9) Department of Conservation and Scientific Research
10) Libraries and Archives
พิพิธภัณฑ์ British Museum and Tate Modern เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10.00-17.30 น.

เนื่องจากความใหญ่โตและจำนวนของสะสมจำนวนมหาศาลภายในพิพิธภัณฑ์ ทหารจะเดินดูให้ทั่วครบทุกชิ้นคาดว่าอาจจะต้องกินเวลากันเป็นอาทิตย์เลยทีเดียว ดังนั้นถ้ามีเวลาจำกัดแนะนำให้เน้นเลือกดูเฉพาะส่วนที่เราสนใจก่อนสำหรับส่วนที่อยากแนะนำก็คือ Department of Ancient Egypt and sudan ซึ่งมีชื่อเสียงและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุด อย่างไรก็ดี นอกจากของสะสมหายากที่มาจากทั่วทุกมุมโลกแล้ว จุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ British Museum ก็คือเปิดให้บริการฟรีไม่ไม่คิดค่าเข้า ไม่คิดค่าบริการนับตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังเปิดให้เข้าฟรี ซึ่งถือว่าเป็นความภาคภูมิใจของที่มีเขาด้วยล่ะ ว่าของดีๆฟรีๆก็มีในโลก

เททโมเดิร์น (Tate Modern) คืออีกหนึ่ง Free Museum ที่ไม่ควรพลาดฮามาเยือนลอนดอน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่รวบรวมผลงานศิลปะแบบ modern and contemporary art นับตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช 1900 เป็นต้นมา เทอเป้น Modern Art Museum ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโลก ประมาณปีละ 4.7 ล้านคนต่อปี เป็นคู่แข่งที่สำคัญของ Museum of Modern Art (MoMA) ใน New York และถือว่าได้รับความนิยมเป็นอันดับ 3 ในอังกฤษ รองจากบริติชมิวเซียมและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จัตุรัสทานฟัลการ ์ ตัวพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเทมส์ในตึกเก่าๆสร้างด้วยอิฐ ซึ่งเคยถูกใช้เป็นโรงไฟฟ้ามาก่อน
หลังจากที่โรงไฟฟ้าปิดตัวลงในปีค.ศ. 1981 ภายหลังตัวอาคารจึงถูกดัดแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวสวิส เปลี่ยนแปลงโรงไฟฟ้าเก่าให้กลายเป็น Landmark ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของลอนดอนหลังจากการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ Test Modern เปิดให้บริการในปีค.ศ. 2000 ภายในแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆก็คือ ส่วนที่เป็น Tate Collection และ Temporary Collectionดูรายละเอียดเข้าข้าวในแต่ละส่วนมีดังนี้
-ชั้น 1 The Turbine Hill ใช้สำหรับจัดแสดง lerge exhibition ของศิลปินที่มีชื่อเสียง โดยจะมีนิทรรศการในช่วงระหว่างเดือนตุลาคมถึงเมษายน
-ชั้น 2 จะแสดง small exhibition ในในช่วงระยะเวลาสั้นๆอย่างมากประมาณ 2-3 เดือน
-ชั้น 3 ประกอบด้วย 2 ส่วนแสดงงานคือ Material Gestures และ Poetry and Dream
– ชั้น 4 จัดแสดง Temporery Major exhibition แต่ละช่วงกินเวลาประมาณ 3-4 เดือน แบ่งออกเป็น 2 ห้องแสดงงาน เสียค่าเข้าชมด้วย
– ชั้น 5 ประกอบด้วย 2 ส่วนแสดงงานคือ Energy and process และ States of flux

นอกจากในสวนพิพิธภัณฑ์แล้วใกล้ๆกับ Modern ยังมี Landmark ที่น่าสนใจอีก 2 แห่งที่อยากแนะนำให้นั่นคือ
– Millennium Bridge สะพานแขวนที่ทำจากเหล็ก สร้างไว้สำหรับคนเดินเท้าข้ามแม่น้ำเทมส์ ตั้งอยู่บริเวณหน้าเททโมเดิร์นพอดี เหมาะกับการถ่ายรูปมากโดยเฉพาะวิวในยามค่ำคืนนั้นสวยงามมาก
– St.Pual’s Cathedral จากเททโมเดิร์นเดินข้ามสะพานมิลเลนเนียมไปแล้วเดินต่อไปไม่ไกลมากนักเราก็จะเจอมหาวิทยาลัยเซนต์ปอลโบสถ์เก่าแก่ขนาดใหญ่สไตล์อิงลิช-บาโรก ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานภายในสวยงามมาก

Hiligh British Museum and Tate Modern
-Rosetta stone (หินจากอียิปต์โบราณที่ทหารของประเทศฝรั่งเศส พบเจอในปี คริสต์ศักราช 196 และโดนประเทศอังกฤษยึดไปหลังแพ้ในสงคราม)

– วิหาร Parthenon (วิหารใหญ่แห่งอาณาจักร กรีก โบราณที่บูชา เทพี อาธีนา

– โลงศพมัมมี่ในยุคต่างๆจาก ประเทศอิยิปต์ และรูปสลักต่างๆ

– นาฬิกาโบราณในอดีตกาล

– รูปสลักหน้าวิหารของของเปอร์เซีย อัสซีเรีย

 

ติดตามเนื้อห่อื่นได้ ที่นี


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *