London  Underground 

London  Underground 

นอกจาก  London  Underground  นั้นเป็นระบบรถไฟใต้ดินสายแรกในโลก (ว่ากันว่ารถไฟสายแรกที่เปิดให้บริการนั้นเริ่มตั้งแต่ปีคริสตศักราช  1863) ซึ่งก็ไม่แปลกอะไรหากเราอาจจะรู้สึกว่ารถไฟสถานีนี้ค่อนข้างเก่าและทรุดโทรม มีกลิ่นและฝุ่นละอองจับดูไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่นัก

เสื้อขายของรถไฟใต้ดินลอนดอนนั้นใหญ่และครอบคลุมตัวเมืองลอนดอนเกือบจะทุกจุด และแต่ละสายสามารถแบ่งแยกได้ชัดเจนเพราะมีเส้นสีและชื่อสายต่างกันอย่างชัดเจน สถานีอยู่ไม่ห่างกันมากนัก ทั้งระบบรถไฟให้บริการอยู่ 11 สาย เช่น Cirle line (สายสีเหลือง)  Central line (สายสีแดง)  Metropolitant line (สายสีม่วง) เป็นต้น สำหรับราคาตั๋วหากเปรียบเทียบกับปารีสและนิวยอร์กแล้ว ที่นี่แพงกว่าอยู่พอสมควร โดยตั๋ว  Single  (Zone 1)  ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 4 ปอนด์ ซึ่งส่วนตัวแล้วไม่แนะนำให้ซื้อ เพราะราคาค่อนข้างแพงมาก สำหรับนักท่องเที่ยวแนะนำให้ซื้อตั๋ว  Unlimited แบบ 1 วัน, 3 วันและ 7 วัน ราคาจะประหยัดมากกว่ากันเยอะ นอกจากนั้นยังมีบัตรอิเลคโทรนิคเติมเงิน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปได้มาก โดยสามารถซื้อได้ที่ช่องขายตั๋วทุกสถานี

อย่างไรก็ตาม มีข้อพึงระวังนิดหน่อยเกี่ยวกับมารยาทในการใช้บริการ รถไฟฟ้าใต้ดินลอนดอน เวลาใช้บริการบันไดเลื่อนในสถานีรถไฟนั้น ควรนึกถึงไว้เสมอให้ยืนชิดขวาทุกครั้ง นอกจากนี้จะรู้กันว่า เรื่องคว้าของบันไดเลื่อนนั้นสำหรับคนยืน ส่วนเลนซ้ายสำหรับคนเดินคนวิ่ง (หรือพวกคนรีบ) หากเรายืนฝั่งซ้ายนั่นก็เหมือนเราโดนบังคับให้เดินหรือวิ่งจะต้องเดินขึ้นบันไดห้ามหยุดหรือยืนอยู่กับที่ แล้วก็ก่อนขึ้นรถไฟทุกครั้งควรให้ผู้โดยสารที่กำลังจะลงรถออกให้หมดก่อนแล้วค่อยขึ้นไป นอกจากนั้นเวลานั่งรถไฟให้สังเกตด้วยว่าที่ที่เรานั่งนั้นมีสัญลักษณ์หรือป้ายอะไรที่บ่งบอกว่าเป็น Priority seat สำหรับคนชราหรือคนพิการหรือไม่ หากเราเจอสัญลักษณ์ดังกล่าวแล้วบุคคลเหล่านั้นมายืนอยู่ตรงหน้าเราต้องเสียสละที่นั่งทันทีซึ่งนั่นเป็นมารยาทของคนอังกฤษซึ่งเขาปฏิบัติกันโดยทั่วไป

ค่าใช้จ่าย

แน่นอนว่าค่าครองชีพในลอนดอนค่อนข้างสูง โดยเฉลี่ยเมื่อ  10 ปีที่แล้วค่าเงินปอนด์อยู่ที่ราว  70 กว่าบาทต่อปอนด์ในสมัยนั้นเรียกว่าแพงหูฉี่เลยทีเดียว  แต่ในปัจจุบันค่าเงินปอนด์ลงมาอยู่ที่ประมาณ 50 บาทต่อปอนด์ ทำให้ค่าใช้จ่ายที่นี่ถูกลงพอสมควร อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับปารีสและนิวยอร์กแล้วถือว่าอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันไม่ต่างกันมาก แต่สำหรับนักท่องเที่ยวค่าใช้จ่ายส่วนที่น่าจะเป็นปัญหามากที่สุดคือ ค่าการเดินทางต่างๆ ถือว่าค่อนข้างสูงมาก ในขณะที่ปารีสและนิวยอร์คค่าใช้จ่ายในการเดินทางนั้นถูกกว่าพอสมควร แล้วนั้นเราควรวางแผนการเดินทางให้ดีและศึกษารายละเอียดของตั๋วชนิดต่างๆ ให้ละเอียด หากเป็นไปได้ควรจองตั๋วแต่เนิ่นๆเพราะจะทำให้ประหยัดไปได้มากพอสมควรเลยทีเดียว ส่วนค่าใช้จ่ายเรื่องที่พักนั้นถือว่าค่อนข้างสูงเช่นกัน  แต่ด้วยความที่ประเทศอังกฤษนั้นขึ้นชื่อเรื่อง ที่พักราคาประหยัด ยกตัวอย่างเช่น airbnb ทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการประหยัดค่าใช้จ่ายได้เพราะ  Airbnb  ในประเทศอังกฤษถือว่ามีคุณภาพและปลอดภัยมาก

ยกตัวอย่างราคาสินค้าสนุกๆ

-ราคาอาหาร ในร้านอาหาร 1 มื้อ ประมาณ 10-30 ปอนด์ (ขึ้นอยู่กับชนิดของอาหาร)

-ราคาเบียร์ 1  แก้วประมาณ 4 ปอนด์

-ราคากาแฟ  1 แก้วประมาณ 2-3.5 ปอนด์

– แซนด์วิช ประมาณ 2-3 ปอนด์

-อัตราการทิปเฉลี่ยประมาณ 10 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ ของราคา(การทิปเป็นมารยาทของคนที่ได้รับบริการซึ่งต้องให้เงินที่ไม่อยู่ในเมนูในการสั่งถือเป็นมะระยาสากลของทางฝั่งยุโรป)

เรื่องน่ารู้คนอื่น

-ว่ากันว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด 6 อย่างสำหรับคนอังกฤษ คือ   ฟุตบอล โทรทัศน์ หมา วันหยุด และสิทธิส่วนบุคคล

-ร้อนๆเธอเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปีค.ศ. 1666  ไฟไหม้กินเวลาทั้งสิ้น 4 วัน ต้องผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่งและบ้านเรือนไปกว่า  13,200 หลังคาเรือน

-การประชุมสามัญของสหประชาชาติถูกจัดขึ้นในลอนดอนในปีคริสตศักราช  1946

– บิ๊กเบนนั้นจริงๆแล้วไม่ใช่ชื่อของหอนาฬิกา  แต่เป็นชื่อของระฆังขนาดใหญ่ที่อยู่ภายในหอนาฬิกา

-บ้านประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีของอังกฤษตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 10  downing Street  ตั้งอยู่ไม่ไกลจากรัฐสภา

-รถไฟใต้ดินสายแรกในลอนดอนเป็นสายแรกของโลก Metropolitant line  เปิดให้บริการครั้งแรกในปีค.ศ. 1863  ระหว่างสถานี Paddington และ Farringdon

-London Zoo ถือเป็นสวนสัตว์แห่งแรกของโลก เปิดให้บริการครั้งแรกในปี คริสตศักราช  1829

– ในปีค.ศ.  2003  ลอนดอนเผชิญกับคลื่นความร้อนทำให้อุณหภูมิสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ตั้งแต่เคยบันทึกมา อุณหภูมิที่วัดได้40.3 องศาเซลเซียส


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *